•นิยาย [He's My Boyfriend 1 : ข่าวลือ]

posted on 12 Jul 2013 20:28 by rin2984123 in Diary
สวัสดีครับพี่น้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!
 
 
นี่เป็นนิยายเรื่องแรก...ไม่สิ เป็นนิยายวายเรื่องแรกของเรา 5555
ก็อยากลองอามาลงดู  ถ้าเกิดว่ามีคนชอบ ก็จะพยายามเขียนต่อให้จบค่ะ #ไม่งั้นก็ดองไปอีกสามชาติ
 
 
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ! _ _)
 
 
 
 
นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาของ Yaoi หรือ ชายรักชาย

ใครไม่ชอบ รับไม่ได้  กดปิดได้เลยค่ะ
 
 

 
สามารถติชมและแนะนำได้ทุกอย่างค่ะ
 
 
เนื้อหามีการพูดคำหยาบคายเป็นส่วนมาก  ถ้าหากว่าอ่านแล้วดูไม่เหมาะ สามารถบอกได้นะคะ จะแก้ไขให้
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

บทนำ

ผมชื่อหนึ่งครับ   มีพี่ชายชื่อสอง… รู้สึกโชคดีที่คุณแม่ไม่ได้มีน้องอีกคน ไม่งั้นเขา(หรือเธอ)คงได้ชื่อสามอย่างไม่ต้องสงสัย

ผมเป็นคนหน้าตาดีครับ… ไม่ถึงขนาดณเดชหรือพี่โดม แต่ผมก็จัดว่าอยู่ในกลุ่มชายไทยหน้าตาดีที่ทำให้สาวๆมองตาเยิ้มได้  ผมสูงประมาณ 180 น้ำหนักเหรอครับ? อย่าไปพูดถึงมันเลย…   ผมเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในคณะที่เป็นที่นิยมกันพอสมควร… ครับ คณะนิเทศฯนั่นแหละ

ว่าแต่ทำไมผมถึงต้องมาแนะนำตัวด้วยงั้นเหรอ?  ก็ถ้าเกิดมีไอ้บ้าหน้าไหนเดินดุ่มๆมาเล่าเรื่องชีวิตของเขาให้คุณฟังโดยไม่อารัมภบทอะไรเลย  คุณว่าคุณอยากจะฟังมั้ยล่ะครับ?

ถ้าตอนนี้คุณอยากจะฟังเรื่องของผมล่ะก็… ขอเชิญครับ

 

 

บทที่ 1 : ข่าวลือ 

 

เชี่ยหนึ่งมึงจะลงมาดีๆหรือให้กูขึ้นไปลาก!?”

เสียงของคนอารมณ์เสียตะโกนขึ้นมาถึงห้องนอนผมอย่างชัดเจน… นี่ถ้าไม่ติดว่าคนที่ตะโกนไม่ใช่เพื่อนซี้ตั้งแต่ ม.1 ผมคงไม่กล้าปล่อยให้เขายืนรอนานเป็นแน่ 

ผมลุกไปล้างหน้าแปรงฟันลวกๆแล้วเดินฮัมเพลงชิวๆมาที่ตู้เสื้อผ้า ค่อยๆบรรจงหยิบชุดนักศึกษามาสวมอย่างช้าๆเหมือนกับกลัวว่ามันจะมีรอยยับ แต่เปล่าเลย… ผมกำลังกวนตีนไอ้คนที่แหกปากเรียกผมอยู่ข้างล่างต่างหาก

“ไอ้เชี่ยหนึ่ง!!”

เสียงตะโกนเรียกชื่อผมอย่างสุภาพ…ยังคงดังอยู่เรื่อยๆ แต่ผมไม่บอกมันหรอกว่าลุกแล้ว ปล่อยให้มันตะโกนเจ็บคอไปอย่างนั้นแหละ  สนุกดี  (จริงๆผมนิสัยดีนะครับ…แต่กับบางคนน่ะ)

“หนึ่ง… ตื่นได้แล้วลูก กีตาร์เขามาเรียกนานแล้วนะ” นี่แม่ผมครับ… มาเคาะประตูปลุกผม  สงสัยกลัวไอ้ต้าร์มันจะเจ็บคอ  แต่ผมไม่แคร์ครับ  เจ็บคอก็ปล่อยมัน

อ้อ! กีตาร์คือชื่อของคนที่ตะโกนเรียกผมปาวๆอยู่ข้างล่างนั่นแหละครับ เรียกสั้นๆว่าต้าร์  ผมรู้จักกับมันมาตั้งแต่ ม.1 ตอนนี้เลยสนิทกันยิ่งกว่าปลาท่องโก๋กับโอวันติลอีก

“ตื่นแล้วครับแม่”  ผมบอกแม่ไป แต่ไม่ใช่เพราะห่วงไอ้ต้าร์มันเจ็บคอนะครับ  ผมห่วงแม่ผมจะจ็บมือเพราะเคาะประตู  อะฮิ้ว! ผมเป็นเด็กดีป่ะล่ะ

“เชี่ยหนึ่ง!!  ตื่นแล้วทำไมไม่บอกกูวะ!” อึ๋ย!  ไอ้ต้าร์ครับ  มันถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาแบบไม่เกรงใจแม่ผมที่ยืนอยู่ แถมไม่เกรงใจผมที่กำลังใส่กางเกงอยู่ด้วย   แม่ผมเหมือนจะรู้งานเลยเดินเลี่ยงไปยิ้มๆ

“กูบอกแล้วนะ” ผมพูดอุบอิบพลางทำท่าเหนียมอายแบบนางเอกสาวน้อยเวลาพระเอกเปิดมาเจอตอนกำลังเปลี่ยนเสื้อ ผลได้ที่ก็คือฝ่ามืออรหันต์ที่ฟาดมากลางกบาลเต็มๆ   ไอ้สัสเจ็บ!

“บอกแล้วตอนไหนวะ!  ทำไมกูไม่ได้ยิน” มันทำหน้าหัวเสีย… นี่ถ้าเป็นเด็กขวัญอ่อนคงวิ่งหนีกระเจิงไปแล้ว ก็หน้ามันดุอย่างกับโจร  แต่โจรหล่อนะครับ… คิ้วคมเข้ม  ผิวสีแทนๆแบบคนไทยเกรียมแดดน่ากิน เอ๊ย! ไม่ใช่ ถึงตัวมันจะเท่าๆกับผมแต่ก็ดูล่ำๆกว่าแบบคนชอบเล่นกีฬา

“ตอบกูสิวะ!” มันยังตะคอกไม่เลิกครับ นี่พ่อมึง อุ้ย… นี่บิดาคุณเป็นทหารเก่าหรือยังไงครับคุณกีตาร์?

“….กูบอกในใจ”

ป้าบ!   อีกหนึ่งดอกครับ  เต็มๆฝ่ามือ  ฮือออออ… เจ็บชิบ

“มึงไม่ต้องมาบีบน้ำตา… รีบแต่งตัวได้แล้วเดี๋ยวก็สายพอดี” มันพูดด้วยเสียงที่เบาลงกว่าเดิม ผมไม่ตอบรับอะไรนอกจากโบกมือปัดๆเป็นเชิงว่า ‘กูรู้แล้ว’ ก่อนจะกลับไปแต่งตัวต่อ…

 

ใช้เวลาไม่นานเราก็เดินทางมาถึงมาหา’ลัย … จริงๆก็ไม่เห็นต้องรีบ  ยังมีเวลาอีกตั้งหลายนาที  ไอ้บ้าเนี่ยแหละที่มันรีบเกินเหตุ… ดู  ขนาดผมด่ามัน (ด้วยสายตา) มันยังไม่รู้สึก  ยังส่งรอยยิ้มหว่านเสน่ห์ไปทั่วเหมือนเดิม ฮึ… ไม่เหมือนผม  ไม่ต้องหว่านเสน่ห์สาวๆก็มอง

“ยิ้มอะไรวะ?” มันถามผม  อ้าว… นี่ผมกำลังยิ้มหรอกเหรอ?  แถมยิ้มอัดหน้ามันด้วย

“เปล๊า” ผมยักไหล่ขำๆ  ไอ้ต้าร์ทำหน้าแบบหมางง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ  เราเดินกันมาเรื่อยๆจนถึงโรงอาหาร  หาอะไรรองท้องก่อนเข้าเรียนซะหน่อย  หิวจะตายอยู่แล้ว

“หนึ่ง… มึงเอาปูผัดผงกะหรี่เหมือนเดิมนะ?” ต้าร์หันมาถาม

“เออๆ  เฮ้ย เอาโค้กกับขนมปังหมูหยองมาด้วยนะ” ผมสั่งพร้อมกับนั่งลงที่โต๊ะ

“สัส… สั่งจัง  กูไม่ใช่คนใช้มึงนะ”

“อย่าบ่นครับที่รัก  รีบๆไป  กูหิวแล้ว” ผมโบกมือไล่มัน  ต้าร์ทำหน้าแบบรู้เลยว่ามันต้องด่าผมในใจแน่  คนคบกันมานานก็งี้แหละครับ  มองตาก็รู้ไปถึงไส้ติ่ง

“แหม… คู่รักปาท่องโก๋ สวีทกันแต่เช้าเลยนะ” เสียงใสๆของใครบางคนดังมากระทบหู  พอผมหันไปดูก็เห็นว่าเป็นยัยแป้งแอนด์เดอะแก๊งค์ ซึ่งประกอบไปด้วย ไอ้ตุ้ม หมูอ้วนประจำคณะนิเทศฯ ที่กำเดินเลียไอติมอย่าไม่สนใจโลก  ไอ้ปุ๋ย หนุ่มหล่อคณะวิศวะ  ส่วนยัยแป้งอยู่คณะสถาปัตย์  ทำไมสามคนนี้ที่อยู่คนล่ะคณะถึงมาเป็นแก๊งค์กันได้น่ะเหรอ?  เรื่องนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน…

“คู่รักปาท่องโก๋อะไรของเธอ?” ผมถาม  ยัยแป้งอมยิ้มแบบมีนัยก่อนจะตอบ

“ก็หนึ่งกับต้าร์ไง  ตัวติดกันตลอดเวลา  แถมยังสวีทกันสุดๆ  สาวๆเขาก็เลยเรียกกันว่าคู่รักปาท่องโก๋ไงล่ะ”

สวีท?  ไอ้ตัวติดกันน่ะผมพอจะเข้าใจนะ… แต่สวีท? ตรงไหนฟระ?

“รู้มั้ยหนึ่ง…” ยัยแป้งเล่าต่อ “สาวๆเขากรี๊ดนายกับต้าร์กันทั้งม.แล้วนะ  เวลาพวกนายสองคนอยู่ด้วยกันทีไร   หลายคนจะเป็นลมตายทุกที  ที่สำคัญ… เขาตั้งกลุ่มแฟนคลับให้นายทั้งคู่แล้วด้วย”

“หา?” ผมถึงกับเหวอ ไอ้ปุ๋ยเห็นแบบนั้นมันเลยสะกิดเบาๆแล้วกระซิบ

“มีข่าวลือว่า… แกกับไอ้ต้าร์อะ  เป็นแฟนกัน  สาวๆเขาก็เลยกรี๊ดไง”

แฟน!?  ผมกับไอ้ต้าร์เนี่ยนะแฟน!?  คิดแล้วขนลุกชะมัด…                                          

“คุยอะไรกันน่ะ?” นั่น… ตายยากจริง  พูดถึงก็มาเลย  แถมยังทำหน้าเอ๋อๆใส่อีก  นี่ถ้าไม่ติดว่าในมือมันมีกับข้าวของผมอยู่ล่ะก็  ผมคงจะตบหัวมันด้วยความหมั่นไส้ไปแล้ว

“คือว่านะต้าร์…” ยัยแป้งอาสาเล่าแทน  ส่วนผมก็คว้าจานข้าวในมือไอ้ต้าร์มาแล้วลงมือเขมือบอย่างหิวโหยเหมือนกับไอ้ตุ้ย  ที่ตอนนี้มันเริ่มตักก๋วยเตี๋ยวกิน …ไปซื้อมาตอนไหนวะ

“หา?”  ไอ้ต้าร์มีปฎิกิริยาเดียวกับผมเลยครับ  ทันทีที่แป้งเล่าจบ ต้าร์มันก็หันมามองหน้าผมทันที ผมก็ส่งสายตาไปประมาณว่ากูไม่รู้เรื่อง… พูดไม่ได้ครับข้าวเต็มปากอยู่  ไม่งามๆ

ไอ้ต้าร์ถอนหายใจทีนึงแล้วลงมานั่งข้างๆผม “ใครเป็นคนสร้างข่าวลือพวกนี้น่ะแป้ง?” มันถาม

“มันก็เริ่มจากมีคนพูดๆกันนั่นแหละ… ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” แป้งยักไหล่ 

“สาวๆพวกนั้นก็ช่างคิดได้เนอะ  มองยังไงถึงคิดว่าเราเป็นแฟนกัน” ผมพยักหน้าเห็นด้วย  กำลังจะอ้าปากพูดอยู่แล้วแต่เหมือนข้าวมันยังไม่ลง  เลยโบกไม้โบกมือชี้ๆประมาณว่าอยากได้น้ำที่วางอยู่ข้างๆยัยแป้ง  มันทำหน้าเหลอหลาหันไปหันมา …ฉันจะเอาน้ำที่อยู่ข้างหล่อนแหละโว้ย

ไอ้ต้าร์ถอนหายใจที่นึงแล้วคว้าน้ำมาเปิดให้  ผมรีบคว้ามาแล้วกระดกอักๆ เฮ้อ… เกือบตายแล้วมั้ยล่ะ

ผมหันไปค้อนใส่ยัยแป้งหลังดื่มน้ำเสร็จ  มันยิ้มแห้งๆให้แล้วพูดขอโทษ 

“ไม่ต้องมาขอโทษเลย  ไม่ให้อภัยเว้ย” ผมจ้องยัยแป้งอย่างอาฆาตโดยมีไอ้ปุ๋ยนั่งหัวเราะเป็นซาวด์ประกอบ  ก็รู้ๆกันว่าผมไม่ได้โกรธจริงจังอะไร   แล้วผมก็รู้สึกอุ่นๆที่ปาก  พอเหล่มองดูก็เห็นนิ้วโป้งของคนข้างๆที่ยื่นเข้ามาปาดน้ำและเศษข้าวที่ติดอยู่ออกให้

“เป็นเด็กอนุบาลรึไงกินน้ำเนี่ยฮะ?”  มันทำหน้านิ่งๆ  ผมก็แลบลิ้นตอบกลับมันไป

“ตรงนี้ไง!!”  ยัยแป้งตะโกนทำเอาทั้งโต๊ะสะดุ้ง

“ตรงนี้อะไรแป้ง?” ผมถาม

“ก็ตรงนี้ไงที่ทำให้คนนึกว่าพวกนายเป็นแฟนกัน ดูสิ… ทั้งซื้อข้าวให้  เช็ดปากให้  แถมแค่มองตาก็รู้ใจ…”  ยัยแป้งยิ้มหวาน  เป็นยิ้มที่สยองมากสำหรับผม… และคิดว่าไอ้ต้าร์คงสยองด้วย  เพราะมันทำหน้าบอกบุญไม่รับแล้วเขยิบห่างจากผมสองคืบ ผมก็ขยับห่างจากมันเช่นกัน

ผมแอบเหล่มองไอ้ต้าร์  มันหันมามองผมเหมือนกัน   เราสบตากันซักพักแล้วก็หันหน้าหนี  รู้สึกหัวใจมันเต้นไม่เป็นจังหวะยังไงไม่รู้แฮะ…  เพราะยัยแป้งเอาข่าวลือบ้าๆมาเล่าให้ฟังชัวร์

แฟนเหรอ… ไม่มีทาง”

 

 

 

 --------------------------------------------------------TBC------------------------------------------------------

 

 


Comment

Comment:

Tweet

*เหยียดยิ้มและหัวเราะน้อยๆอย่างมีเลศนัย* ไม่เลวๆ หยอดมุกได้ดีไม่เบา  อ่านแล้วเผลอยิ่มเลยdouble wink

#1 By AriYasha on 2013-07-13 21:19